“การกัดสีรถจากขี้นก” ส่งผลต่อชั้นแล็กเกอร์อย่างไร?

การกัดสีรถจากขี้นก

ปัญหาขี้นกบนรถ เป็นปัญหาทั่วไปของคนรักรถ ไม่ว่าเพื่อนๆ จะจอดรถไว้นอกบ้านเป็นประจำ หรือระหว่างกำลังขับรถไปทำงาน รถของคุณก็อาจจะโดนขี้นกตกใส่ได้ ซึ่งใครหลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยที่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน แต่รู้ไหมว่า ขี้นกนั้นอันตรายมากกว่าที่คิด มันสามารถสร้างความเสียหายที่ร้ายแรงให้กับสีรถของคุณได้จนถึงขนาดที่ว่าอาจจะต้องจ่ายเงินเพื่อทำสีรถใหม่

ทำไมขี้นกนั้นอันตราย?

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าขี้นกนั้นทำร้ายสีรถของคุณได้ ซึ่งในส่วนที่มีผลทำลายชั้นแล็กเกอร์จะเป็นส่วนที่มีสีขาว เรียกว่า ยูเรต (Urate) เป็นของเสียที่ขับออกมาจากไตนก มีกรดยูริกเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งกรดยูริกที่ว่านี้จะมีความเข้มข้นสูง มีค่าความเป็นกรดอยู่ที่ประมาณ 3-4 pH (ในขณะที่น้ำมีค่า pH เท่ากับ 7) ทำให้มีผลในการกัดกร่อนเสมือนน้ำกรด สามารถกัดชั้นเคลือบแล็กเกอร์ได้ การปล่อยไว้นานจะยิ่งทำให้ชั้นแล็กเกอร์เสียหายและยิ่งทำให้คราบด่างชัดและฝังลึกขึ้น

ยิ่งในส่วนของฝากระโปรงหน้ารถในขณะขับขี่ เหล็กจะมีการขยายตัวเนื่องจากความร้อนจากห้องเครื่อง ขี้นกก็สามารถละลายซึมเข้าไปถึงในชั้นของสีรถได้เช่นกัน ทำให้เป็นการยากอย่างยิ่งที่จะเอาขี้นกออกจากฝากระโปรงรถ หากไม่มีวิธีการแก้ปัญหาที่พิเศษเช่นใช้น้ำยาช่วย หรือได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

วิธีทำความสะอาดขี้นกโดยไม่ทำร้ายสีรถคุณ

1. ใช้น้ำฉีดหรือผ้าเปียก

วิธีเบื้องต้นที่สุดคือการฉีดน้ำ หรือการใช้ผ้าที่ชุบน้ำแล้วค่อยนำไปเช็ดสีรถ วิธีนี้จะช่วยให้ขี้นกที่แห้งนั้นละลายน้ำและอ่อนตัวลง ผ้าที่ควรใช้ควรเป็นผ้าไมโครไฟเบอร์เนื่องจากลดโอกาสในการเกิดรอยขนแมวขณะเช็ด โดยการชุบผ้าด้วยน้ำหรือน้ำยาสำหรับล้างรถให้ชุ่ม จากนั้นทิ้งผ้าไว้บนคราบขี้นกประมาณ 15 นาที แล้วค่อยๆ ถูมันออกไป

2. ใช้ WD-40

น้ำมันอเนกประสงค์ ที่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาด หล่อลื่น และป้องกันสนิม อย่างเช่น WD-40, Sonax ที่หลาย ๆ บ้านมีใช้กันอยู่ทั่วไปนั้นสามารถใช้ทำความสะอาดขี้นกได้อีกด้วย โดยเฉพาะในตอนที่มันแห้งแล้ว โดยน้ำมันอเนกประสงค์จะละลายมูลของนกที่แห้ง ช่วยให้คุณสามารถขจัดคราบด้วยการเช็ดหรือล้างน้ำออกเพียงครั้งเดียว

3. ใช้น้ำร้อนและเบคกิ้งโซดา

นอกจาก เบกกิ้งโซดา จะมีคุณสมบัติเพียบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมขนมหวาน กำจัดกลิ่นในตู้เย็น ทำความสะอาดฟัน และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้มันยังช่วยในการกำจัดคราบของขี้นกออกจากรถยนต์ได้อีกด้วย โดยใช้ เบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำยาล้างจานเล็กน้อย และน้ำอุ่น ใส่ขวดสเปรย์ฉีดลงบนมูลนก และทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเปล่าหลาย ๆ ครั้ง

4. ใช้โซดาผสมน้ำ

ขี้นกนั้นสามารถเช็ดออกได้อย่างง่ายดายด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ และน้ำโซดา ปฏิกิริยาของคาร์บอเนตจากโซดาจะช่วยในการย่อยสลายคุณสมบัติที่เป็นกรดของมูลนก เพียงแค่สาดน้ำโซดาลงบนพื้นผิวที่มีขี้นก และทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นค่อย ๆ เช็ดออกด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์

5. ใช้น้ำยาทำความสะอาดขี้นกโดยเฉพาะ

น้ำยาทำความสะอาดขี้นกที่ได้มาตรฐานจะมีคุณสมบัติทำปฏิกิริยากับกรดในมูลนก และช่วยให้คุณทำความสะอาด และเช็ดพวกมันออกไปได้อย่างง่ายดาย

6. สเปร์ยทำความสะอาดรถ Detailer

Car Detailer Spray เป็นน้ำยาที่ผลิตขึ้นเพื่อเน้นการทำความสะอาดเป็นหลัก โดยมันสามารถละลายมูลนกได้ภายในไม่กี่วินาที ตามด้วยใช้ผ้าหมาด ๆ เช็ดก็จะช่วยแก้ปัญหาการกัดเซาะ และคราบของมูลนกได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งข้อดีของการใช้ Detailer Spray ก็คือไม่เป็นอันตรายต่อสีรถหรือการเคลือบแว็กซ์ของรถคุณ

7. ใช้บริการร้านทำความสะอาดรถยนต์มืออาชีพ

หากกรณีเลวร้ายจริงๆ ที่นกนั้นมาทิ้งระเบิดไว้ที่รถคุณเป็นจำนวนมากจนทำความสะอาดไม่ไหว ลองมาปรึกษาเราที่ 87Garage เรามีเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ครบครัน และทีมช่างมืออาชีพคอยบริการเอาใจใส่ดูแลรถของคุณ

คำถามสำคัญ !!! เคลือบเซรามิกสามารถป้องกันขี้นกได้ไหม?

ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า “การเคลือบเซรามิก” เป็นเสมือนการสร้างชั้นฟิล์มใสขึ้นเหนือบนผิวชั้นแล็กเกอร์ของรถ มีคุณสมบัติในเรื่องของความแข็งและส่วนผสมสารในการต่อต้านการยึดเกาะผิว ทำให้เมื่อรถของเราโดนขี้นก มันจะไม่ลงไปถึงชั้นสีโดยตรงในทันที เนื่องจากมีชั้นเซรามิกเป็นเสมือนเกราะป้องกันสีรถไว้ และด้วยคุณสมบัติการต่อต้านยึดเกาะผิวของเซรามิก ทำให้เราสามารถเช็ดขี้นกออกได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตาม การเคลือบเซรามิกสามารถช่วยชะลอการกัดสีรถจากขี้นก และปกป้องสีรถได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น หากเราปล่อยขี้นกไว้บนสีรถที่เคลือบเซรามิกไว้นานๆ โดยไม่ได้เช็ดออก ด้วยความที่ขี้นกมีฤทธิ์เป็นกรดก็จะสามารถซึมผ่านชั้นเคลือบและลงไปทำลายถึงขั้นสีรถได้


⬇️ ติดต่อสอบถามบริการของทางร้านได้ที่ ⬇️

📞 :: 095-669-1669
LINE ID – @87garage (มี@ข้างหน้านะครับ)
📷ผลงาน
———————————————
🏢 สถานที่ : ปากซอยนวมินทร์ 87
🌐 แผนที่ : https://goo.gl/maps/3kuYuVey3rz