9 เทคนิควิธี ลุยน้ำท่วมอย่างไรให้รถไม่พัง

ในช่วงหน้าฝน น้ำท่วมฉับพลันบนท้องถนนมักเกิดขึ้นเมื่อฝนตกหนักเกินกว่าจะระบายน้ำออกจากถนนได้ ในกรณีที่เราจำเป็นต้องขับรถขณะที่น้ำท่วมขัง หรือลุยน้ำท่วม เราควรขับอย่างไรให้ปลอดภัย และป้องกันเครื่องยนต์ดับระหว่างการเดินทาง



1. ตรวจสอบระดับน้ำบนถนน
หากฝนตกหนักเกิดขึ้นขณะขับรถและถนนเริ่มมีน้ำขัง สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือความลึกของน้ำ ความลึกของน้ำที่ปลอดภัยขณะขับรถคือน้อยกว่า 30 เซนติเมตร สามารถประมาณค่าได้โดยการเปรียบเทียบระดับน้ำกับความสูงของทางเท้า ซึ่งโดยปกติความสูงของทางเท้าจะอยู่ที่ประมาณ 10 – 20 เซนติเมตร หากระดับน้ำสูงกว่าทางเท้า แนะนำให้เลี่ยงทางนั้น หรือคุณสามารถเปรียบเทียบความสูงของน้ำกับยางได้ เป็นเรื่องปกติที่จะขับต่อไปโดยที่ระดับน้ำต่ำกว่าครึ่งความสูงของยาง อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่สูงถึงระดับประตู อาจเป็นอันตรายเกินกว่าจะขับได้ เนื่องจากน้ำอาจเข้าไปและทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรและเครื่องยนต์ดับได้


2. เลือกถนนเลนระดับสูง
หลีกเลี่ยงถนนเลนที่ต่ำกว่าและมีระดับน้ำที่สูง เปลี่ยนเป็นช่องทางอื่นที่มีเลนระดับที่สูงกว่า ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะเข้าสู่เครื่องยนต์


3. ลดความเร็วลง
หากจำเป็นต้องขับลุยน้ำท่วม ให้ขับช้าๆ เพราะการขับรถเร็วอาจทำให้น้ำเข้ามาในเครื่องยนต์และทำให้เครื่องดับ ควรขับช้าๆ และมั่นคงไม่เกิน 1,500 – 2,000 รอบต่อนาที แนะนำให้ขับรถด้วยเกียร์สองสำหรับรถยนต์ธรรมดาและเกียร์ L หรือเกียร์ต่ำ สำหรับรถยนต์อัตโนมัติ


4. ปิดแอร์หรือเครื่องปรับอากาศ
การปิดเครื่องปรับอากาศ จะช่วยลดโอกาสที่น้ำจะกระเด็นในเครื่องยนต์เพราะพัดลมเครื่องปรับอากาศจะทำให้ใบพัดหมุนดูดน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ขัดข้องได้ และยังช่วยหลีกเลี่ยงขยะลอยน้ำที่อาจติดอยู่กับพัดลมระบายความร้อนของเครื่องยนต์


5. เมื่อขับรถสวนกัน ควรลดความเร็วลง
เนื่องจากระดับน้ำที่เกิดจากรถแต่ละคันที่สวนเลน จะสร้างคลื่นสูงดันผ่านมากับคลื่นที่เราดันไป ทำให้อาจเข้าไปในเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า


6. ควรรักษาระยะห่างจากคันหน้ามากกว่าปกติ
เนื่องจากประสิทธิภาพของผ้าเบรกจะลดลงเมื่อขับผ่านน้ำท่วม หากเกิดุการณ์ฉุกเฉิน จะได้มีระยะเบรกที่ปลอดภัย ระยะปลอดภัยประมาณ 2 – 3 เท่าของระยะปกติ

7. อย่าเพิ่งรีบดับเครื่องยนต์ทันทีเมื่อถึงที่หมาย
ให้จอดรถวอร์มเครื่องสักพักเพื่อให้น้ำระเหยออกจากระบบไอเสีย ซึ่งจะช่วยให้รักษาอายุการใช้งานของท่อไอเสียไม่ให้ผุกร่อนได้

8. เหยียบเบรกหรือคลัตช์ซ้ำเพื่อให้น้ำไหลออก
หากขับรถพ้นช่วงน้ำท่วมแล้ว ให้ทำการค่อยๆ ขับ และย้ำเบรกบ่อยๆ หรือเหยียบเบรกเป็นช่วง ๆ ถี่ ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบ และผ้าเบรกจะได้แห้งไวขึ้น สำหรับรถยนต์ที่ใช้เกียร์ธรรมดา ให้เหยียบคลัตช์ซ้ำเพื่อป้องกันการลื่นไถลของคลัตช์

9. ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์หากดับลงขณะขับกลางน้ำท่วม
ควรขอความช่วยเหลือ หรือหากเป็นไปได้ ให้นำรถออกจากพื้นที่ที่น้ำท่วม ซึ่งระดับน้ำไม่ควรเกินระดับครึ่งยาง หากคุณสตาร์ทเครื่องยนต์ในบริเวณที่ระดับน้ำสูง น้ำที่ค้างอาจเข้าไปในนะบบเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า และอาจทำให้เครื่องเกิดความเสียหายมากขึ้นกว่าเดิม


เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้ทุกคนปลอดภัยสำหรับการขับรถฝ่าน้ำท่วมและลดความเสี่ยงที่เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ หากมีความผิดปกติใดๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า หรือระบบเบรก คุณควรแจ้งศูนย์บริการหรือเรียกช่างมาดู จะได้แก้ไขอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยของรถคุณเอง


⬇️ ติดต่อสอบถามบริการของทางร้านได้ที่ ⬇️

📞 :: 095-669-1669
LINE ID – @87garage (มี@ข้างหน้านะครับ)
📷ผลงาน
———————————————
🏢 สถานที่ : ปากซอยนวมินทร์ 87
🌐 แผนที่ : https://goo.gl/maps/3kuYuVey3rz